ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซต์วัดศรีปันเงิน
   
ประวัติวัดศรีปันเงิน
อัศจรรย์พระธาตุ
พระบรมสารีริกธาตุ และ พระอรหันตธาตุ
อัศจรรย์พระธาตุหลวงปู่พระครูขันตยาภรณ์
พระเจดีย์ธาตุ
พระวัดศรีปันเงิน
เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
พระภิกษุวัดศรีปันเงิน
สามเณรวัดศรีปันเงิน
โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
สถานีวิทยุศรีปันเงินสันป่าตอง
งานบูรณะ
ประตูวัด
ห้องน้ำ-ห้องส้วม
ซ่อมสร้างโรงครัว
เชิญร่วมทำบุญกับวัดศรีปันเงิน
ขออุปถัมภ์ข้าวสารอาหารแห้งและค่าน้ำค่าไฟฟ้า
สถานที่สำคัญในวัดศรีปันเิงิน
ศาลาอเนกประสงค์ (สำนักงาน)
เส้นทางเดินทางมาวัดศรีปันเงิน
   

 
พระบรมสารีริกธาตุ
พระบรมสารีริกธาตุ  เรียกกันไปหลายอย่าง  บ้างก็เรียก พระบรมธาตุ    บ้างก็เรียกพระธาตุพระพุทธเจ้า บ้างก็เรียกอัฐิธาตุพระพุทธเจ้า
ซึ่งก็หมายถึง กระดูกและส่วนต่างๆของพระวรกาย(ร่างกาย)ของพระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดาของพุทธศาสนา เป็นผู้กอรปด้วย พระบริสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และ พระมหากรุณาธิคุณ ภายหลังทรงปรินิพพาน และถวายเพลิงพระบรมศพแล้วพระพุทธสรีระเกิดการเปลี่ยนแปลง แปรสภาพ บังเกิดเป็นพระธาตุ มีวรรณะ สัณฐานต่างๆ เกิดจากส่วนที่เป็นของแข็งคือกระดูก ฟัน ผม ขน เล็บ  และส่วนที่เป็นของอ่อนคือ เนื้อ หนัง อวัยวะภายใน น้ำเลือด น้ำเหลือง เหงื่อไคล แม้แต่อังคารธาตุ กล่าวคือผงเถ้าพระวรกายทุกส่วนทุกเซลล์ของพระพุทธเจ้า
ยังมีพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่  ทรงประทานไว้แต่ครั้งยังทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ ซึ่งเป็นพระธาตุอันเกิดจากพระวรกายของพระพุทธองค์โดยตรงพระธาตุที่ทรงอธิษฐานไว้ให้  เช่น พระพุทธเกศาธาตุ (ผม) น้ำลาย เหงื่อไคล เป็นต้น
พระธาตุพุทธอธิษฐาน หรือพุทธนฤมิตร เช่น ข้าว อาหารที่ทรงเสวย  ด้วยอานุภาพแห่งความเป็นพระพุทธเจ้า จึงทรงอธิษฐาน และเนรมิตรให้เม็ดหินดินทราย ณ ที่นั้นกลายสภาพเป็นพระธาตุ  และอาจรวมตัวกับธาตุส่วนย่อยของพระพุทธเจ้า เช่น เซลล์ผิวหนัง เหงื่อไคล ที่ต้องมีการหลุดลอก ไหลออกมากลายเป็นพระธาตุ  เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์  ในภายหลังจากที่ทรงปรินิพพานไปแล้วนั่นเอง และพระธาตุทั้งหลายนี้จะคงอยู่ตราบสิ้นพุทธันดร

 

ความเข้าใจในพระบรมสารีริกธาตุ
พระบรมสารีริกธาตุของ พระพุทธเจ้า ที่ปรากฏกันอยู่ทั่วๆไป และมีบันทึกไว้ในตำราแต่โบราณ มีสัณฐาน ๔สัณฐาน คือ
๑.         ดั่งเมล็ดข้าวสาร และ ข้าวสารหักกึ่งหนึ่ง
๒.     ดั่งถั่ว และถั่วแตก (ถั่วผ่าซีก)
๓.      ดั่งงา และ งาแตก
๔.      ดั่งเมล็ดพันธุ์ผักกาด (เป็นเมล็ดกลมๆ เล็กๆ)
ส่วนสีนั้นเท่าที่ปรากฏ มี สีขาว สีมุก สีน้ำตาล สีทอง สีเทา สีดำ สีม่วง สีแดง สีเขียวไข่นกการะเวก สีกากี สีใส ตั้งแต่สีขุ่นๆ จนไปถึงใสเหมือนเพชร
โดยปกติแล้วเป็นการยากที่จะจัดหมวดหมู่ว่าพระบรมสารีริกธาตุ มีกี่สัณฐาณ มีกี่สี ให้ครอบคลุมได้ทั้งหมด เพราะพระบรมสารีริกธาตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเอง มีปริมาณมากมาย แต่ละคนที่มีพระธาตุ ในครอบครองก็มีจำนวนองค์พระบรมธาตุไม่มากนัก จึงยากที่จะสรุปออกมาได้ว่าพระบรมสารีริกธาตุ มีกี่สัณฐาน มีกี่สี  บางท่านก็มีพระธาตุสัณฐานพิเศษ สีต่างๆ ที่ไม่มีบันทึกไว้ในตำราโบราณ บางท่านก็ไม่สามารถแบ่ง หรือทำการคัด แยกกลุ่มว่าเป็นส่วนไหนของพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า  ข้อมูลเหล่านั้นไม่มีหลักฐานยืนยันอ้างอิงใดๆ หรือไม่มีใครนำมาบันทึกเป็นตำรา  เป็นข้อมูลที่ได้จากความรู้เฉพาะบุคคล  ขอให้เป็นไปตามดุลพินิจ และวิจารณญาณของแต่ละท่านเถิด
แต่ในความเป็นจริงแล้ว พระบรมสารีริกธาตุยังมีสัณฐานพิเศษที่นอกเหนือ จากในตำราโบราณกล่าวไว้อีกมากมายนัก

 

ที่มาของพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุต่างๆ
พระบรมสารีริกธาตุ มีความเป็นมาหลายรูปแบบ โดยแยกได้จากพระสุปฏิปัณโณ  และท่านผู้รู้ ดังนี้
๑.   จากพระวรกาย โดยตรง นับแต่ทรงประทานไว้เมื่อครั้งยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ เช่นพระพุทธเกศาธาตุ
๒.           จากสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานจิต  ทรงนฤมิตร ในสมัยยังทรงพระชนม์อยู่ เช่น อาหาร หรือ ธาตุที่อยู่รอบพระองค์
๓.จากพระวรกาย โดยตรง  หลังจากถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ
๔.จากการเสด็จของพระบรมสารีริกธาตุเอง เช่นจากที่ไม่มีผู้บูชา สักการะ จะเสด็จไปยังถิ่นที่จะบังเกิดความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์ แก่ผู้สักการบูชา  และ สถานที่นั้นๆ
๕.            จากพระอรหันต์อธิษฐาน  หรือ นฤมิตรขึ้น 
๖.   จากเทวดาอธิษฐาน  หรือ นฤมิตรขึ้น   (พระธาตุเทพนิมิตร)
ในข้อ ๕ และ ๖  เป็นได้ สองรูปแบบ คือ
๑. จากการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาเป็นประทานหรือไว้สักการะบูชา ซึ่งมักเป็นวรรณะที่เรียกว่าเป็นพระธาตุย่อย และวรรณะพิเศษ  ส่วนใหญ่เป็นพระธาตุจากพระวรกายโดยตรง  หรือบ้างก็เป็นพระบรมธาตุที่แตก แยก หรืองอกใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วยอำนาจแห่งพุทธานุภาพนั่นเอง
๒.  จากการอธิษฐานขออารธนาอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าร่วมกับพระอรหันต์ หรือ เทวดา ก่อเกิดพระธาตุพิเศษขึ้น มีชื่อเรียกต่างกันไปตามลักษณะแหล่งที่มา หรือผู้อัญเชิญจะบัญญัติโดยมีเหตุผลต่างกันไป และจากตัววัตถุเอง เช่น พระธาตุ พระธาตุนฤมิตร ดวงแก้ว พระธาตุข้าวบิณฑ์ ข้าวสารดำ บริวารธาตุ  แม้แต่ธาตุอัญมณี การมาปรากฏ  บ้างก็ร่วงมาแบบฝนตกลงสู่พื้น  บ้างก็มาปรากฏในภาชนะเลย บ้างก็มาเป็นสายเป็นเส้น มีขนาด และสีสัน วรรณะ ที่ต่างกันไป บ้างก็บอกว่ามีคุณพิเศษเหมือน หรือ คล้ายพระบรมสารีริกธาตุ  บ้างก็ว่าเป็นธาตุกายสิทธิ์ บ้างก็อธิบายว่าเป็นบริวารพระบรมสารีริกธาตุ หรือเครื่องอุปัฏฐากพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าเพื่อเป็นพุทธบูชานั่นเอง


 
Copyright © 2010-2017 โดย วัดศรีปันเงิน - http://www.sripanngoen.com
วัดศรีปันเงิน ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่
 ตั้งแต่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553