ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซต์วัดศรีปันเงิน
   
ประวัติวัดศรีปันเงิน
อัศจรรย์พระธาตุ
พระบรมสารีริกธาตุ และ พระอรหันตธาตุ
อัศจรรย์พระธาตุหลวงปู่พระครูขันตยาภรณ์
พระเจดีย์ธาตุ
พระวัดศรีปันเงิน
เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
พระภิกษุวัดศรีปันเงิน
สามเณรวัดศรีปันเงิน
โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
สถานีวิทยุศรีปันเงินสันป่าตอง
งานบูรณะ
ประตูวัด
ห้องน้ำ-ห้องส้วม
ซ่อมสร้างโรงครัว
เชิญร่วมทำบุญกับวัดศรีปันเงิน
ขออุปถัมภ์ข้าวสารอาหารแห้งและค่าน้ำค่าไฟฟ้า
สถานที่สำคัญในวัดศรีปันเิงิน
ศาลาอเนกประสงค์ (สำนักงาน)
เส้นทางเดินทางมาวัดศรีปันเงิน
   

 

ประวัติวัดศรีปันเงิน
        ตามความเดิมที่เล่าสืบต่อกันมาว่า (วัดหนองพัน ,หนองสลาบ ) เป็นเขตเมืองขึ้นของเวียงท่ากานหรือเมืองหน้าด่านของเวียงท่ากาน โดยรอบมีกำแพงล้อมรอบตรงกลางจะมีวิหารทรงจัตุรมุขไม้สักหรือแบบทรงไทยใหญ่ โดยสร้างขึ้นเมื่อ  พ.ศ  1300   ผู้สร้างมี  2  ตระกูลคือ ( เงี้ยว ,  ลัวะ ) โดยอยู่ในการดูแลของชนเผ่าลัวะโว้เจ้าผู้ครองเมืองในสมัยนั้นสิ่งของที่พอจะเป็นหลักฐานได้ก็เป็นจำพวกเชิงเทียนหินทรายและหินศิลาแลงพร้อมกันนั้นยังมีหินศิลาแลงก้อนหนึ่งที่มีการงอกสู่งขึ้นทุกๆปีในปี  พ. ศ  2528 สูง 60 เซนติเมตรตั้งแต่ปี  พ.ศ 2529 – ปัจจุบันนี้มี ประมาณ  1. 80  เซนติเมตร  จนมาเป็น(วัดศรีปันเงินปัจจุบัน) พระอธิการกฤษฎา  คุตฺตธมฺโม  ผู้บันทึก
             วัดศรีปันเงินตั้งอยู่ในหมู่ที่ ๑๑  ตำบลยุหว่า  เขต๑  อำเภอสันป่าตอง  จังหวัดเชียงใหม่  เดิมชื่อวัด “หนองพันเงิน” อาศัยชื่อหนองเป็นชื่อของวัด  ซึ่งหนองน้ำแห่งนี้อยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของวัด  ในหนองมีบ่อน้ำถึง ๒ บ่อ  ภายหลังหนองน้ำแห่งนี้ได้ตื้นเขินมาก  หญ้าสะลาบได้ขึ้นเต็มไปหมดชาวบ้านจึงเรียกว่าหนองสะลาบขึ้นมาอีกชื่อหนึ่ง  เรื่องนี้ได้รับการบอกเล่าจากครูบาอินตา  เจ้าอาวาสมะกับตองอายุท่านได้๙๓ ปีและท่านพระครูภาวนานุกูล  วัดร้องสร้านอายุ ๘๕ ปีเป็นเจ้าคณะตำบลยุหว่า  ครูบาเล่าว่า  วัดหนองพันเงินนี้เป็นประเภทอรัญญวาสี  ตั้งอยู่ในป่าห่างไกลจากหมู่บ้าน  แต่เก่าก่อนวัดแห่งนี้มีพระเณรอยู่ปฏิบัติธรรมกันหลายรูป  มีเจ้าอาวาสปกครองเป็นผู้เคร่งครัดในทางพระวินัยมาก  เวลาออกเดินบิณฑบาตที่บ้านกลับมา  บางรูปต้องหยุดพักฉันเช้าเสียในระหว่างทางเพราะจะเดินให้ถึงวัดไม่ไหว  พอฉันเสร็จล้างบาตรแล้วจึงค่อยเดินทางต่อไปยังวัด  อย่างนี้ก็มี  เพราะวัดแห่งนี้ไม่มีศรัทธาอยู่ใกล้กับวัด  ต่อมาภายหลังครูบาอาจารย์เก่าแก่ก็ได้มรณภาพไป  เดินธุดงค์ไปที่อื่นเสียบ้าง  พระเณรก็เหลือน้อย  ที่สุดมีศรัทธาผู้เลื่อมใสอยู่ก็ขอนิมนต์ให้ย้ายวัดไปอยู่ใกล้กับหมู่บ้านเสียก็เลยตกลงย้ายไปตามที่นิมนต์  ไปตั้งวัดใหม่ทางทิศเหนือของวัดร้างนี้เลยเอาชื่อวัดหนองพันเงินนี้ไปตั้งชื่อด้วย  เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๒ วัดเดิมนี้เลยร้างไปเป็นเวลาหลายสิบปี
           ต่อมาเมื่อ  ปี พ.ศ.  ๒๕๐๕-๒๕๐๘  พระคำ  วัดต้นโชค  ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตองเข้าไปอยู่อาศัยคิดว่าจะบูรณะขึ้นให้เป็นวัดอย่างเดิม  แต่แล้วก็หาสำเร็จตามประสงค์ไม่เพราะไปนำเอาลัทธิประขาวปี(ครูบาขาวปี)มาใช้  วันพระวันศีลไม่ตรงกันทำความแตกแยกสามัคคีให้เกิดขึ้นระหว่างศรัทธาต่อศรัทธาด้วยกัน  เดือดร้อนไปถึงคณะสงฆ์และฝ่ายปกครองบ้านเมือง ที่สุดเจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอสันป่าตองต้องเข้าไประงับเหตุการณ์ในครั้งนั้น และได้แนะนำให้พระรูปนี้ออกจากวัดร้างแห่งนี้ไปเสีย   ให้กลับไปอยู่ที่วัดเดิมของตน  แต่ท่านได้หนีไปอยู่ที่อำเภอสะเมิง  จังหวัดเชียงใหม่
                ต่อมาใน ปี พ.ศ. ๒๕๑๖  ศึกษาธิการอำเภอสันป่าตองได้แจ้งให้ข้าพเจ้าฯทราบว่า  ทางราชการจะจัดแบ่งที่ดินผืนนี้ซึ่งมีเนื้อที่ถึง ๓,๐๐๐ กว่าไร่  ให้เป็นที่ตั้งวิทยาลัยครู  วิทยาลัยเกษตรและโรงเรียนมัธยม  ตลอดถึงหน่วยราชการต่างๆให้เข้ามาอยู่ในที่ดินผืนนี้  แต่ว่าที่ดินแห่งนี้ได้มีวัดร้างตั้งอยู่หลายวัดด้วยกัน  รวมทั้งวัดร้างหนองพันเงินแห่งนี้ด้วย  ข้าพเจ้าฯ(พระครูขันตยาภรณ์)ในฐานะเจ้าคณะอำเภอสันป่าตองจึงได้เข้าไปตรวจดูสภาพการณ์ต่างๆ  จึงได้ขออนุรักษ์วัดร้างหนองพันเงินแห่งนี้ไว้เพื่อบูรณะ  ยกวัดร้างขึ้นให้เป็นวัดมีพระสงฆ์ต่อไป
                เมื่อวันที่  ๒๘ เมษายน  ๒๕๑๖  ข้าพเจ้าได้เดินทางขึ้นไปยังบนดอยอินทนนท์ขณะนั้นเป็นระหว่างที่ทางการได้กำลังก่อสร้างทางขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เช่นกัน  แต่ยังไม่ถึงบนยอดดอยแห่งนั้น  หัวหน้าสร้างทางบอกว่ายังเหลือระยะทางจะถึงยอดดอยนี้ค้างอยู่ถึง๑๓ กิโลเมตรจึงจะถึงยอดภูเขาลูกนี้  ข้าพเจ้าฯพร้อมด้วยท่านพระครูปิยธรรมภาณี  และพ่อคำอ้าย  จันทร์แดง  ได้ขึ้นไปถึงแค่นั้นเอง  ข้าพเจ้าฯจึงได้ถือโอกาสนี้หันหน้าไปสู่ทิศเหนือประณมมือตั้งบนยอดเขาแห่งนั้น  เพราะเป็นภูเขาใหญ่และสูงสุดในภาคเหนือด้วย  เสร็จแล้วกลับลงมา  รถนำพวกเราลงจากที่นั่นมาสู่วัดน้ำตกแม่กลาง  เจ้าอธิการชุมเจ้าอาวาสนิมนต์พักนอนค้างที่นั้น ๑ คืน  ฉันภัตตาหารเช้าเสร็จได้ออกเดินทางกลับสันป่าตอง  ได้แวะรับเอาพระต๋า  วุฑฺโฒ  ที่สุสานป่าช้าบ้านสองแควไปด้วยรวมเป็น ๓รูปด้วยกัน  เดินทางต่อไปยังวัดร้างหนองพันเงิน  พอรถไปถึงปากทางเข้าจึงบอกให้คนขับรถนั้นเลี้ยวเข้าไปยังวัดร้างดังกล่าว  แล้วจึงได้เขียนหนังสือฝากคนขับรถไปส่งให้พระปลัดอุ่นเรือน  จิตฺตปาโล  วัดร้องสร้าน  อำเภอสันป่าตอง   ชื่อพระครูพัฒนาภิวัฒน์  เพื่อขอให้เอาสิ่งของมาส่งให้  มีถ้วยชาม  ช้อน  ถังน้ำ  และมีดขวานเป็นต้น  ส่งไปให้ที่วัดร้างหนองพันเงิน  พอเวลา ๒๐.๐๐  ได้ยินเสียงรถยนต์เข้ามาและมีเสียงเรียกหา  จึงได้ขานรับรถนั้นก็ได้เข้ามาหาสู่ที่พัก  ที่นั้นเป็นป่าทึบมองหากันไม่เห็นและเป็นเวลากลางคืนด้วย  พอพระปลัดฯและพระเณรพร้อมกับสิ่งของมาถึงพากันขนสิ่งของลงจากรถมามอบให้จึงได้กล่าวขอบคุณพระปลัดฯพระเณรและคณะศรัทธาหลายคนที่ตามมาด้วยแล้วก็ลากลับ
           รุ่งเช้าวันที่ ๒๙ เมษายน  ๒๕๑๖  พ่อคำอ้าย  จันทร์แดง และพระต๋า  ได้ช่วยกันจัดการเรื่องภัตตาหารเช้าจวนจะแล้วเสร็จ  พระปลัดอุ่นเรือนก็ได้นำเอาภัตตาหารมาถวายอีกมากมาย  พร้อมกับเอาเณรมาให้รับใช้ ๓ รูป เอาผ้าเต็นท์มากางให้ด้วย  เวลา ๙.๐๐น.ก็ได้เริ่มลงมือทำการแผ้วถางสถานที่  เริ่มขึ้นที่โรงอุโบสถร้างเป็นต้น  ออกไปพัฒนากันไปเรื่อย ๆ  วันต่อๆมาท่านครูบาอินตา อินฺโท  วัดมะกับตองและท่านพระครูภาวนานุกูล   วัดร้องสร้าน,  ท่านครูบานาค  วัดท้องฝาย,  พระครูธรรมชยาภรณ์  วัดธรรมชัย,  เจ้าอาวาสพวงสนุก,  เจ้าอาวาสวัดร้องธาร,เจ้าอาวาสวัดศรีเกิด  ต.ยุหว่า,  เจ้าอาวาสวัดแสงสว่าง,เจ้าอาวาสวัดหนองพันเงิน,ท่านครูบาสิงห์แก้ว  วัดปราสาท,พระครูจันทร์  วัดต้นกอกและกำนันยอด  ตำบลบ้านกลางและกำนันสว่าง  ปันทะวงศ์  ตำบลบ้านแมเป็นต้น  ได้พากันมาช่วยแผ้วถาง  โดยเฉพาะพ่อกำนันสว่าง  ปันทะวงศ์  ได้มาช่วยทุกๆวันพร้อมกับแม่เกี๋ยง  ภรรยาท่าน  มาช่วยหุงหาอาหารทำกันร่วมเดือนจึงจะแล้วเสร็จแต่ละวัดได้นำเอาศรัทธาวัดของตนมาช่วยกันวันละมากๆ  หุงหาอาหารเลี้ยงกันที่นั้นรวมทั้งพระเณรก็มาช่วยงานนี้ด้วย  ท่านครูบาอินจันทร์  วัดมะกับตอง  นำศรัทธามาทำการสร้างโรงอุโบสถชั่วคราวให้  ท่านพระครูปิยธรรมภาณีนำศรัทธามาทำศาลา  โรงครัวให้,ท่านพระครูจันทร์  วัดต้นกอกและกำนันยอดก็ได้นำศรัทธามาทำศาลายาวที่พักให้ด้วย  อันเป็นงานปฐมเริ่มแรก  ท่านพระครูสิงห์แก้ว  วัดปราสาทได้นำศรัทธามาทำวิหารชั่วคราวให้และอีกหลายวัด  หลายท่านก็ได้มาช่วยทำกุฏิ  ศาลา โรงเรียนปริยัติธรรมให้ด้วย  ข้าพเจ้าฯต้องย้ายสำนักงานเจ้าคณะอำเภอมาทำ ณ ที่แห่งนี้ได้หลายปี  พระอินถา  ชยธมฺโมเลขาเจ้าคณะอำเภอก็ต้องไปอยู่ประจำด้วย  งานคณะสงฆ์มาอยู่ที่นี้ก็เป็นการทำความสะดวกให้แก่ท่านที่มาติดต่องานด้วย
         วันที่ ๑๙ เมษายน  ๒๕๑๗  ได้วางศิลาฤกษ์ศาลาการเปรียญ ๙ ห้อง  ท่านเจ้าคุณสุเทพสิทธาจารย์  เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่  มาเป็นประธานวางให้  และได้ดำเนินการก่อสร้างอื่นๆ  ต่อไปมีกำแพงล้อมรอบวัดเป็นต้น  ศาลาการเปรียญ ๙ ห้องนี้  เจ้าแม่เซ็งโฉ่  วณีสอน  บ้านม่วงและพี่น้องได้บริจาคเงินให้ ๑๐๐,๐๐๐บาท  (หนึ่งแสนบาท) ช่วยในการก่อสร้างด้วย  การดำเนินการก่อสร้างศาลาแห่งนี้ได้อาศัยครูบาอินถา  (พระครูมหาพุทธาภิบาล)ช่วยดูแลควบคุมให้
         วัดศรีปันเงินได้ยกขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์เมื่อวันที่ ๑๘  กันยายน  ๒๕๑๘  ท่านอธิบดีวัชระ  เอี่ยมโชติ  อธิบดีกรมการศาสนาได้เอาใจใส่ช่วยอุปถัมภ์ได้ส่งนายทนงศักดิ์  หงส์สกุล,ลุงออและนายดำรง  มาช่วยดำเนินการด้วย  วัดนี้จึงได้ดำเนินมาด้วยดีสมประสงค์ทุกประการฯ(พระครูขันตยาภรณ์) หลวงปู  คำ  ขนฺติโก (จันทร์แดง) อดีตเจ้าคณะอำเภอสันป่าตอง  ผู้เล่าและผู้บันทึก๑๘ กันยายน ๒๕๑๘



 
Copyright © 2010-2017 โดย วัดศรีปันเงิน - http://www.sripanngoen.com
วัดศรีปันเงิน ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่
 ตั้งแต่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553